หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศภาษีตอบโต้ในเช้าวันพฤหัสบดี คู่อัตราแลกเปลี่ยน EURUSD ก็ได้ปรับตัวขึ้นต่อ
กราฟ EURUSD รายวัน
การแข็งค่าล่าสุดของยูโรส่งผลให้ราคาพุ่งขึ้นเหนือระดับ 1.10 และขณะนี้กลุ่มขาขึ้นมุ่งเป้าไปที่ระดับ 1.20
ตลาดสกุลเงินอาจเคลื่อนไหวอย่างเงียบสงบในวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนกำลังรอรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ มีโอกาสที่รายงานนี้อาจช่วยเพิ่มขาขึ้นให้กับเงินยูโรได้ เพราะก่อนหน้านี้มีการเลิกจ้างพนักงานรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน DOGE
การเลิกจ้างที่ประกาศโดยนายจ้างในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นในเดือนมีนาคม สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ รัฐบาลไล่พนักงานและผู้รับเหมาออกเพื่อลดการใช้จ่าย บริษัท Challenger ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานระดับโลก รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า แผนการเลิกจ้างเพิ่มขึ้น 60% เป็น 275,000 คนในเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2020
มีการประกาศเลิกจ้างพนักงานประมาณ 497,000 คนในไตรมาสแรกของปี ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2009 เมื่อเศรษฐกิจอยู่ในช่วงปลายภาวะถดถอยจากการระบาดใหญ่ การเลิกจ้างมากกว่าครึ่งหนึ่งเกิดขึ้นในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แสดงให้เห็นผลกระทบจากการเลิกจ้างของรัฐบาลกลาง
จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพันธ์ (RSI) ของ EURUSD พุ่งขึ้นแตะระดับ 72 หมายถถึงภาวะซื้อมากเกินไป ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มขาขึ้นในช่วงล่าสุดมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงไป
ส่วนใหญ่แล้ว ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ โดยเฉพาะเงินเยนของญี่ปุ่น ยูโร ปอนด์อังกฤษ และฟรังก์สวิส หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าขั้นต่ำ 10% นักลงทุนคาดว่าจะเกิดปฏิกิริยาตอบโต้ทางเศรษฐกิจต่อสหรัฐฯ แม้จะเป็นเช่นนั้น การพุ่งขึ้นของค่าเงินยูโรอาจเป็นเรื่องไม่ชอบมาพากลเล็กน้อย เนื่องจากยุโรปจะเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ภาษีที่เรียกเก็บจากสหภาพยุโรปจะครอบคลุม 25% ของสินค้าส่งออกของไอร์แลนด์ในอเมริกา และอาจส่งผลให้การค้าเสียหายหลายพันล้านยูโรในระยะสั้น ตามข้อมูลของกลุ่มธุรกิจรายใหญ่ของไอร์แลนด์
นี่คือโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนในตลาดสกุลเงิน เนื่องจากสถานการณ์ภาษีอาจเปลี่ยนแปลงและผันผวนเป็นเวลานานในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นโยบายภาษีจะส่งผลต่อตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ